บทความทั้งหมดอ้างอิงจากนิตยสาร Weekly Famitsu ฉบับที่ 998-1001 เเละเวบไซต์ Wikipedia

- ปี 1977-1980

 


 

        บริษัท Nintendo ได้สร้างของเล่นที่มีลักษณะคล้ายเครื่องเล่นเกมคอนโซลที่ชื่อว่า Nintendo's Color TV Game Series เป็นของเล่นที่ใช้ต่อกับทีวี โดยเกมจะไม่สามารถเปลี่ยนได้เหมือนเช่นปัจจุบัน จึงทำให้ในปีถัดๆมาได้มีเวอร์ชั่นของเครื่องนี้ออกมาเรื่อยๆ เเต่ก็ไม่ได้ความนิยมมากนักเนื่องจากความไม่หลากหลายของเกม บวกกับจำนวนการผลิตที่มีไม่มากนัก

หมายเหตุ : ในอดีตบริษัท Nintendo เป็นเพียงบริษัททำของเล่นที่มีอายุยืนยาว โดยตั้งบริษัทขึ้นในวันที่ 23 ก.ย. 1889 โดยตอนนั้นทำเพียงเเค่การเกมการ์ด Hanafuda เท่านั้น พอเวลาผ่านไปถึงช่วงกลางศตวรรษที่ 20 (ถ้าเข้าใจไม่ผิดคือช่วง ปี 1900-1999) บริษัทได้ลองเปลี่ยนเเนวของบริษัท โดยเปิดบริษัทย่อยที่บริการ Taxi , เครือข่าย TV, จัดจำหน่ายอาหารเเละเครือข่ายโรงเเรมม่านรูดในญี่ปุ่น เเต่ธุรกิจทั้งหมดที่สุดเเล้วก็ขาดทุนยกเว้นเเค่ธุรกิจขายของเล่นดั้งเดิมเท่านั้น เเละเเล้วหลังจากต้องปิดกิจการใหม่ๆของบริษัทลง ยุคทองของบริษัทก็มาถึงเมื่อได้พนักงานอย่าง Gunpei Yoko เเละ Shigeru Miyamoto มาเข้าเปลี่ยนเเนวทางของบริษัทสู่วงการเกมจนถึงปัจจุบัน


- ปี 1983



        จากความสำหรับอย่างถล่มทลายจากเครื่องอาเขต ในช่วงต้นทศวรรษที่ 80 บริษัท Nintendo ได้คิดเเผนที่จะสร้างตลาดใหม่อย่างจริงจังนั้นคือ เครื่องเล่นเกมคอนโซลภายในบ้าน ขณะนั้นเองบริษัท Sharp ได้สร้างเเผง Solar Cells ขึ้นพอดี บริษัทจึงได้ส่งคนไปเสนอขายผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ Masayuki Uemura นักออกเเบบเครื่องใช้ไฟฟ้าหนึ่งในพนักงานที่ถูกส่งไป ได้ลองไปเสนอขายให้กับบริษัท Nintendo เเละด้วยสายตาที่กว้างไกลของ Gunpei Yokoi นักออกเเบบของเล่นฝีมือดี เห็นว่าเเผง Solar Cells นี้อาจจะนับมาใช้ในเผนสร้างตลาดใหม่ดังที่กล่าวไปข้างต้น เมื่อทั้งคู่ได้พบกันก็คุยกันอย่างถูกคอ ทางด้าน Yokoi จึงชวนให้ Uemura มาทำงานด้วยกันที่บริษัท Nintendo เสียด้วยกันเลย

 
        เเละเเล้วเครื่องเล่นเกมคอนโซลภายในบ้านเครื่องเเรก สัญชาติญี่ปุ่นเครื่องเเรกก็เผยโฉมออกมา ด้วยผลงานของทั้งคู่เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 1983 เฉพาะในญี่ปุ่น โดยเครื่องคอนโซลนี้มีชื่อว่า Family Computer (หรือเรียกสั้นๆว่า Famicom หรือ FC) ที่ตั้งใจให้เป็นเครื่องเล่นเกมสำหรับครอบครัว เครื่องเกมใช้สื่อเป็นตลับเกม โดยราคาที่วางจำหน่ายครั้งเเรกคือ 14,800 เยน โดยมีเกมพอร์ทมาจากเกมที่ประสบความสำเร็จบนเครื่องอาเขตมาเเล้วสามเกมนั้นก็คือ 1. Donkey Kong, 2. Donkey Kong Jr., 3. Popeye วางขายพร้อมกันด้วย
 
 

หมายเหตุ : เครื่อง Famicom นั้นเป็นชื่อสำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายญี่ปุ่น เเละประเทศในเอเชีย ส่วนชื่อ NES (หรือชื่อเต็มว่า Nintendo Entertainment System) เป็นชื่อสำหรับเครื่องที่วางจำหน่ายในทวีปอเมริกาเหนือ ยุโรป เเละออสเตเรีย นอกจากนี้เเล้วในเกาหลีใต้ก็ยังมีอีกชื่อนั้นก็คือ Comboy ที่เป็นการขอซื้อลิขสิทธิ์จากบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้า Hyundai



        เครื่องเกมวางจำหน่ายได้ไม่นาน เเต่ก็ได้รับความนิยมอย่างสูง ทั้งที่ปีนั้นมีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมดเเค่ 9 เกมเเละอันดับเกมขายดี 3 เกมเเรกมีดังนี้
1. Baseball (Nintendo) 2,350,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 1983 (เวลาเเค่ 20 กว่าวันขายได้ระดับนี้ สุดยอด!!)
2. Mahjong (Nintendo) 2,130,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 ส.ค. 1983
3. Mario Bros. (Nintendo) 1,630,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 ก.ย. 1983

 


 

ในปีเดียวกันยังมีเครื่องคอนโซลอีกเครื่องจากบริษัท Sega ชื่อว่า Sega Game 1000 (Sega SG-1000) ใช้สื่อเป็นตลับเช่นเดียวกับ Famicom โดยเริ่มลองตลาดก่อน Famicom 2 ปี ถึงกระนั้นเองกว่าจะได้วางตลาดจริงก็ช่วงเดียวกับ Famicom พอดีด้วยราคา 15,000 เยน เเต่กลับได้รับความนิยมสู้เครื่องจากบริษัท Nintendo ไม่ได้ (ซึ่งผมจะไม่ขอลงลึกถึงรายละเอียดมากนัก)

- ปี 1984


 

        บริษัท Nintendo ได้เรียกคืนสินค้าเเล้วใส่บอร์ดรุ่นใหม่เข้าไปเเทน เเละเริ่มเจาะตลาดอเมริกาเหนือมากขึ้น ทางบริษัท Nintendo จึงติดต่อขอความช่วยเหลือจากบริษัท Atari เพื่อขอใช้ชื่อของ Atari ในการทำตลาดทวีปนี้ เเต่การเจรจาที่สุดเเล้วก็ล่มไม่เป็นท่า ทำให้บริษัท Nintendo ต้องมองหาโอกาสทำตลาดต่อไป โดยปีนี้มีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมด 19 เกมเเละอันดับเกมขายดี 7 เกมเเรกมีดังนี้
1. Golf (Nintendo) 2,460,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 1 พ.ค. 1984
2. Excitebike (Nintendo) 1,570,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 1984
3. Tennis (Nintendo) 1,560,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 1984
4. F-1 Race (Nintendo) 1,520,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 1984
5. 4ninuchi Mahjong (Nintendo) 1,450,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 1984
6. Xevious (Namco) 1,270,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 1984
7. Lode Runner (Hudson Soft) 1,100,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 1984

- ปี 1985



        ในที่สุดความพยายามของบริษัท Nintendo ก็ประสบความสำเร็จ สามารถวางจำหน่ายบนเเผ่นดินอเมริกาได้เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 1985 เเละผลตอบรับก็ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับบนเเผ่นดินญี่ปุ่นที่ตลาดของเครื่องคอนโซลนี้เริ่มหยั่งรากอย่างมั่นคง มีบริษัทพัฒนาเกมอย่าง Enix, Capcom, Komani เเละอีกหลายบริษัทเริ่มพัฒนาเกมลงเครื่องให้ โดยปีนี้มีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมดมากถึง 68 เกมเเละอันดับเกมขายดี 4 เกมเเรกมีดังนี้
1. Super Mario Bros. (Nintendo) 6,810,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 1985 ( 2 เดือนกับยอดเกือบ 7 ล้านตลับ!!)
2. Soccer (Nintendo) 1,530,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 9 เม.ย. 1985
3. Spartan X (Nintendo) 1,420,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 มิ.ย. 1985 (หรือ Kung-Fu Master ในภาคอังกฤษ)
4. Kinnikuman Muscle Tag Match (Bandai) 1,050,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 1985

ขอจบตอนเเรกไว้ที่นี่ก่อนนะครับ ติดตามอ่านได้ต่อตอนหน้า มาดูกันว่าวงการเกมคอนโซลญี่ปุ่นเขาก้าวไปอย่างไรกัน

ป.ล. ขอบคุณเวบ http://www.consoleclassix.com/ สำหรับภาพประกอบเกมเก่าๆ

edit @ 16 Feb 2008 10:21:04 by Fenix M. Lastwaltz

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ

#11 By washiravit (124.122.243.69) on 2011-04-03 14:00

ข้อมูลดีมากๆคับ
ข้อใช้บางส่วนเป็นข้อมูลอ้างอิงในงานเขียนนะคับ
ขอบคุณคับ

#10 By Tabun man on 2008-10-09 18:27

กรี๊ดดด... น่าเก็บมากเลยค่ะ

#9 By (。^3^) n a n a ... j a h on 2008-07-29 09:29

สุดยอด คิดถึงวันเก่าๆ
Super Mario Bros. กรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ
อยากเล่นใหม่Hot!

#8 By R O C K on 2008-04-29 21:43

ยังเกิดไม่ทันเลยยย แต่เคยจับแฟมิคอม > < คนคิดริเริ่มเนี่ย สุดยอดจริงๆเลยยยย

#7 By ☂ YukiUsagi ★ on 2008-04-14 17:18

ยอดจำหน่าย 7 ล้าน .. สูงมากๆ

#6 By Day on 2008-02-18 22:48

ข้อมูลแน่นมากเลยครับHot!

#5 By Kai_Ba on 2008-02-17 17:23

รออ่านค่า ^^

จากผลิตเกมส์การ์ด(ไพ่ดอกไม้?)ดั้งเดิมกลายมาเป็นเครื่องเกมส์ดิจิตอลได้ หัวก้าวหน้าสุดยอด confused smile

#4 By EGUANAฟ้าประทาน on 2008-02-16 11:10

Hot! ไม่มีบริษัทไหน อยู่ดีๆก็รุ่งขึ้นมาได้ครับ
ต้องเคยผ่านการล้มเหลวมานับไม่ถ้วน
นินเทนโดก็เช่นกัน กว่าจะมาถึงจุดนี้ big smile

#3 By anonymous on 2008-02-16 10:53

ผมล่ะคิดถึงวันเลาเก่าๆ กับเกมในความทรงจำเหล่านี้จริงๆ

#2 By Jota comic D on 2008-02-16 10:11

ว๊าววววว
Content ใหม่
วันหลังเผื่อจะขอไปออกรายการอีกรอบนะงับ
ปล. ซากากูจิ เรียบร้อยแย้ว เอาไว้อัพขึ้นเว็ปแล้วจะแปลงให้นะงับ