บทความทั้งหมดอ้างอิงจากนิตยสาร Weekly Famitsu ฉบับที่ 998-1001 เเละเวบไซต์ Wikipedia

มาต่อกันในตอนที่สองเลยนะครับ

- ปี 1986



        ปีนี้ทางด้าน Nintendo ได้ออกวางจำหน่ายระบบสื่อของเกมระบบใหม่นั้นคือ Famicom Disk System ซึ่งสิ่งที่ถูกเพิ่มเข้ามาในระบบนี้นั้นก็คือการเซฟเกมนั้นเอง นอกจากนี้ยังมีโปรโมทชั่นพิเศษ บริการเเลกเกมเก่ากับเกมใหม่ ด้วยราคาเพียง 500 เยน เเต่ระบบนี้มีวางจำหน่ายเเค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น โดยวางจำหน่ายวันที่ 21 ก.พ. 1986 กับเกมเก่าที่พอร์ทมาลงระบบนี้อย่าง Baseball, Golf, Mahjong, Soccer, Super Mario Bros., เเละ Tennis นอกจากนี้เเล้วยังได้เกิดซีรี่ย์เกมคู่บุญอีก 2 เกมของบริษัท Nintendo อย่าง The Legend of Zelda เเละ Metroid อีกด้วย



        เเละในปีเดียวกันนี้เอง ก็ได้ถือกำเนิดเกมเเนว RPG ยอดนิยมที่สุดเกมหนึ่งของญี่ปุ่นจากบริษัท Enix ชื่อ Dragon Quest โดยปีนี้มีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมด 90 เกมในระบบตลับเกมดั้งเดิม บวกกับอีก 36 เกมในระบบ Disk ใหม่ เเละอันดับเกมขายดี 10 เกมเเรกมีดังนี้
1. Super Mario Bros. 2 (Nintendo) 2,650,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 1986 (ใช้ระบบ Disk System)
2. Pro Yakyuu Family Stadium (Namco) 2,050,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 1986 (เชื่อเลยว่าคนญี่ปุ่นบ้าเบสบอลเอามาก ไม่ถึงเดือนขายได้ 2 ล้านตลับ เป็นเเนวเบสบอลเกมที่สองที่ได้ระบบนี้ในช่วงเเรกของวงการคอนโซลญี่ปุ่น)
3. Volleyball (Nintendo) 1,980,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 1986 (ใช้ระบบ Disk System)
4. The Legend of Zelda (Nintendo) 1,690,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 ก.พ. 1986 (ใช้ระบบ Disk System)
5. Ninja Hattori Kun (Hudson Soft) 1,500,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 5 มี.ค. 1986
5. Dragon Quest (Enix) 1,500,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 1986
7. Ge Ge Ge no Kitaro - Youkai Dai Makyou (Bandai) 1,250,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 17 เม.ย. 1986
8. Dragon Ball: Shenron no Nazo (Bandai) 1,230,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 พ.ย. 1986
9. Doraemon (Hudson Soft) 1,150,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 1986
10. Kid Icarus (Nintendo) 1,090,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 1986 (ใช้ระบบ Disk System)
11. Takahashi Meijin no Bouken Jima (Hudson Soft) 1,050,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 12 ก.ย. 1986
12. Metroid (Nintendo) 1,040,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 6 ส.ค. 1986 (ใช้ระบบ Disk System)

- ปี 1987



        ในที่สุดก็มีเครื่องคอนโซลใหม่ขึ้นมาสู้กับ Famicom อีกครั้งด้วยเทคโนโลยีใหม่ระดับ 16 bit เเละสามารถเเสดงผลได้ถึง 482 สี จากการร่วมมือระหว่างบริษัทผู้พัฒนาเกม Hudson Soft กับบริษัท NEC (Nippon Electric Company) ผลิตออกมาในชื่อ PC Engine (หรือ TurboGrafx-16 ในอเมริกา) ใช้สื่อชนิดใหม่ที่ทางบริษัท Hudson Soft พัฒนาขึ้นเรียกว่า HuCard ((หรือ TurboChip ในอเมริกา) เป็นสื่อที่คล้ายกับ Memory Card ในปัจจุบัน เเต่ไม่สามารถเขียนข้อมูลทับได้ ออกวางจำหน่ายวันที่ 30 ต.ค. 1987 ผลตอบรับตอบรับอยู่ในระดับปานกลาง เนื่องด้วยฐานตลาดที่หยั่งรากลึกไปเเล้วของ Famicom เเละจำนวนเกมที่เทไปฝั่งนั้นหมด



        ปีนี้เองที่ความนิยมในเกมเเนว RPG ของชาวญี่ปุ่นเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก มีเกมเเนวนี้ออกวางจำหน่ายมากมาย โดยเกมที่มาเเรงสุดของปีหนีไม่พ้นภาคต่อของซีรี่ย์ Dragon Quest นอกจากนี้เเล้วปีนี้ก็ยังมีเกมกำเนิดซีรี่ย์เเนว RPG ชื่อดังในปัจจุบันออกวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน นั้นก็คือ Final Fantasy ถึงเเม้ยอดขายได้ไม่ได้ระดับหลักล้านตลับ เเต่ก็ช่วยพยุงฐานะทางการเงินของบริษัท Square Soft ให้ไม่ต้องปิดการลง เเละสร้างสรรค์ภาคต่อซีรี่ย์นี้ออกมาเรื่อยๆ โดยปีนี้มีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมด 119 เกมในระบบตลับเกมของ Famicom บวกกับอีก 41 เกมในระบบ Disk รวมกับของเครื่อง PC Engine อีก 5 เกม เเละอันดับเกมขายดี 3 เกมเเรกมีดังนี้
1. Dragon Quest II Akuryo no Kamigami (Enix) 2,400,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 26 ม.ค. 1987
2. Zelda II: The Adventure of Link (Nintendo) 1,610,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 ม.ค. 1987 (ใช้ระบบ Disk System)
3. Pro Yakyuu Family Stadium '87 (Namco) 1,300,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 1987



หมายเหตุย่อย ปีนี้ซีรี่ย์ Metal Gear ก็ออกวางจำหน่ายด้วยเช่นกัน (อายุเท่ากับ Final Fantasy เลยเเฮะ)

- ปี 1988



        เครื่อง Famicom เริ่มสั่นคลอนเมื่อบริษัท Sega ได้ส่ง Sega Mega Drive เครื่องคอนโซลใหม่ที่ได้รับการช่วยเหลือด้านเทคโนโลยี CPU จากบริษัท Motorola ลงเเข่งขันในตลาดเกมคอนโซลภายในบ้าน วางจำหน่ายวันที่ 29 ต.ค. 1988 ส่วนทางด้านเครื่อง PC Engine ก็ยังได้พัฒนาระบบสื่อ CD-Rom ที่เป็นรากฐานให้วงการเกมยุคใหม่อีกด้วย ถือเป็นยุคที่เริ่มมีการเเข่งขันกันสูงหลังจากปล่อยให้ Nintendo ผูกขาดตลาดเกมคอนโซลอยู่เจ้าเดียว นอกจากนี้นี่คือจุดเริ่มต้นของศึกคอนโซลวอร์ยุคเเรกของวงการเกมคอนโซลญี่ปุ่นอีกด้วย



        ถึงจะมีคู่เเข่งเพิ่มมากขึ้น เเต่ยอดจำหน่ายเกมของเครื่อง Famicom ยังคงครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ เกมดังๆที่พาเหรดติดอันดับขายดีในระดับหลักล้าน ล้วนเป็นของเครื่อง Famicom ทั้งหมด โดยปีนี้มีเกมที่วางจำหน่ายทั้งหมดของเครื่อง Famicom เเละ Sega Mega Drive 141 เกมในระบบตลับบวกกับอีก 61 เกมในระบบ Disk ของ Famicom ใหม่ เครื่อง PC Engine 19 เกม เเละอันดับเกมขายดี 4 เกมเเรกมีดังนี้
1. Super Mario Bros. 3 (Nintendo) 3,840,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 1988 (กลับมาลงในสื่อตลับอีกครั้ง)
2. Dragon Quest III Soshite Densetsu e (Enix) 3,800,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 10 ก.พ. 1988
3. Tetris (Bullet Proof Software) 1,810,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 22 ธ.ค. 1988
4. Pro Yakyuu Family Stadium '88 (Namco) 1,610,000 ตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 1988

        เมื่อมีคู่เเข่งเยอะขึ้นบริษัท Nintendo ก็มองหาตลาดใหม่ขึ้นอีกครั้ง ติดตามต่อตอนหน้านะครับว่าจะเป็นตลาดอะไร

ป.ล. ขอบคุณเวบ http://www.consoleclassix.com/ สำหรับภาพประกอบเกมเก่าๆ

Edit Note : ขอบคุณคุณ Umbababa จากบอร์ด DGO สำหรับคำติเรื่องการเเปลผิดเรื่อง Disk System ขอบคุณมากๆครับ

edit @ 16 Feb 2008 14:35:27 by Fenix M. Lastwaltz

Comment

Comment:

Tweet

ขออนุญาตนำบทความประวัติวงการ เกมคอนโซลญี่ปุ่น ตั้งเเต่อดีตถึงปัจจุบันไปประกอบการทำรายงานนะครับ
โดยจะลงเครดิตและลิงค์ไว้ในบรรณานุกรมให้ทุกบทความที่นำไปใช้ครับผม
หรือถ้าไม่สะดวก แจ้งกลับได้ที่ highwaymax@hotmail.com
ขอบคุณมากครับ

#10 By motor (124.120.6.207) on 2010-08-03 02:10

ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ที่ http://www.animemangagame.com/ นะครับ

โดยจะลงเครดิตและลิงค์กลับมาที่บล็อกให้ทุกบทความที่นำไปเผยแพร่ต่อนะครับผม

ขอบคุณมากครับผม

#9 By sasarai on 2010-07-30 19:56

Super Mario Bros. 3 จำได้ว่าสนุกโครตตตตตตตตตตHot!

#8 By R O C K on 2008-04-29 21:55

เครื่องแฟมิลี่นี่ตั้งแต่ผมยังอยู่อนุบาลรุ่นจำความได้เลยนะนั่น

(จำได้ว่าเล่นเกมยิงกากับพี่)

นึกถึงอดีตอย่างแรงHot! Hot! Hot!

#7 By Kai_Ba on 2008-02-17 17:29

Super Mario
เกมที่สมัยเด็กติดงอมแงม
และตอนนี้ก็ยังติดงอมแงม อิอิ

#6 By d2bneverdie on 2008-02-17 14:11

มันคือความคลาสสิกระดับ pixel !

คิดถึงความหลังมากมายนัก........(แก่แล้วสินะเรา = =")

#5 By mayWz on 2008-02-17 07:00

ยอดไปเรยจะรออ่านตอนต่อไปครับ
(เคยดูสารคดีวีดีโอเกมของ history channel แล้วมีแต่ข้อมูลฝั่งอเมริกาทั้งน้น)

#4 By groove on 2008-02-17 00:52

Mega Drive จำได้ว่าสมัยนั้นแพงมากกก
แต่เกมส์ดีๆออกเครื่องนั้นสะเยอะจนน่าแปลก
แฟมิลี่เครื่องขาวแดง ยังอยุ่ที่บ้านอยู่เลย สงสัยต้องไปขุดมาเล่นละHot!

#3 By Nightmare S on 2008-02-16 23:43

โอ้~ทำให้รำลึกถึงอดีตได้ดีมาก ^^

Hot!

#2 By on 2008-02-16 23:39

นึกถึงมาริโอ กะลุยจิ sad smile

#1 By lullscreen on 2008-02-16 23:04