บทความทั้งหมดอ้างอิงจากนิตยสาร Weekly Famitsu ฉบับที่ 998-1001 เเละเวบไซต์ Wikipedia

มาต่อกันในตอนที่สามกันเลยครับ

- ปี 1989



        ระหว่างสงครามคอนโซลที่เริ่มเพิ่มดีกรีขึ้น บริษัท Nintendo จึงมองหาตลาดใหม่อย่างเต็มตัวเเละก็ได้ผลสรุปมาที่ตลาดเครื่องเกมมือถือ ซึ่งก่อนหน้าที่ช่วงก่อนผลิตเครื่อง Famicom บริษัท Nintendo ก็เคยสร้างมาเเล้วคือ Game & Watch เเต่เป็นเพียงเเค่เกมกดที่ไม่สามารถเปลี่ยนเกมได้ โดยได้นำประสบการณ์การสร้าง Game & Watch มาสานต่อจนกลายมาเป็นเครื่องเกมที่มีชื่อว่า Game Boy ออกวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นวันที่ 21 เม.ย. 1989 พร้อมกับสุดยอดเกม Tetris ที่เเสนอมตะ ผลตอบรับก็เป็นดังที่คาดไว้ สามารถทำยอดจำหน่ายได้ทะลุเป้า ทาง Nintendo ไม่รอช้ารีบเข็นเครื่องเกมตัวนี้สู่ต่างประเทศเเละได้วางจำหน่ายในเดือนส.ค. ปีเดียวกัน



        ไม่รู้ว่าบริษัท Atari ใจตรงกับ Nintendo หรือไม่เพราะทาง Atari ได้ส่งเครื่องเกมมือถือออกมาวางจำหน่ายในปี 1989 เหมือนกันนั้นคือ Atari Lynx เครื่องเกมที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่า Game Boy ทุกด้าน เเถมยังเป็นจอสีอีกด้วย เเต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเลยเนื่องจากทาง Atari ได้ตัดสินใจผิดที่ไม่ให้ความสนใจกับนักพัฒนาเกมอย่างอิสระ บวกกับการรับประทานถ่านอย่างรุนเเรงมาก (ถ่าน AA 6 ก้อนเล่นได้ต่อเนื่องเเค่ 4 ชั่วโมงติด เเต่ Game Boy ใช้เเค่ 4 ก้อนเล่นได้ต่อเนื่องถึง 35 ชั่วโมง) ทำให้ไม่นานเครื่องเกมนี้ก็ถูกลืมเลือนอย่างรวดเร็ว



หมายเหตุย่อยที่ 1 Game & Watch เป็นผลงานสร้างสรรค์ของ Gunpei Yokoi ที่ได้ไอเดียระหว่างนั่งรถไฟ  เขาได้เห็นนักธุรกิจคนหนึ่งนั่งกดเครื่องคิดเล่นฆ่าเวลา เขาจึงคิดที่จะสร้างเครื่องเกมมือถือนับเเต่นั้นเเละมาเสร็จเมื่อปี 1980 เป็นเครื่องเกมที่มีเกมตายตัว เเต่บริษัทก็ได้ผลิตออกมาหลายรุ่นหลายเเบบหลายเกม จนเมื่อเวลาผ่านไป เครื่องเกมมือถือ Game & Watch ได้กลายเป็นต้นเเบบของเครื่องเกมมือถือบริษัท Nintendo รุ่นต่อๆมา ทั้ง Game Boy, Game Boy Color, Game Boy Advance จนกระทั่งปัจจุบันกับเครื่อง Nintendo DS (เครื่องเกมรุ่นต่อๆมาก็มีลักษณะคล้ายกับเครื่อง Game & Watch ในบางรุ่นอีกด้วย)

หมายเหตุย่อยที่ 2 ความสำเร็จระดับสุดยอดของเครื่อง Game Boy นั้นมหาศาลมาก โดยยอดรวมทั้งหมดทั่วโลกของเครื่องนี้ (รวมเวอร์ชั่น Pocket เเละ Light) นั้นมีมากถึง 118.69 ล้านเครื่องโดยประมาณ (นับตั้งเเต่เริ่มผลิตปี 1989 ถึงปัจจุบัน) โดยเกมของเครื่องที่ขายได้มาสุดที่คือ Tetris กับยอด 30 ล้านตลับ ตามด้วย Pokemon (เเดง น้ำเงิน เขียว เหลือง) อีก 20 ล้านตลับ



        ในส่วนยอดขายเกมในปีนี้ เนื่องจากมีเครื่องเกมจำนวนมากขึ้น ไม่สามารถหาข้อมูลได้ง่ายๆเหมือนเก่า จึงทำให้ไม่ทราบยอดของเกมว่ามีเท่าใด โดยอันดับเกมขายดี 5 เกมเเรกมีดังนี้
1. [GB] Tetris (Nintendo) 4.23 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 1989
2. [GB] Super Mario Land (Nintendo) 4.15 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 1989
3. [GB] Mahjong (Nintendo) 1.28 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 1989
4. [FC] Famicom Jump: Hero Retsuden (Bandai) 1.10 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 ก.พ. 1989
5. [GB] Makai Tōshi Sa•Ga หรือ The Final Fantasy Legend 1.09 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 1989

- ปี 1990



        หลังจากปล่อยให้เครื่อง Sega Mega Drive เเละ PC Engine มาทำตลาดเเย่งอยู่ได้ 2 ปี (ถึงจะเเย่งได้ไม่มากเท่าไหร่ก็เถอะ) บริษัท Nintendo ก็ได้ส่งเครื่องเกมคอนโซลรุ่นใหม่ออกมา Super Family Computer (SFC) ออกมาตามหลังเทคโนโลยี 16 Bit ที่เครื่องคู่เเข่งได้ส่งมาก่อนหน้านี้เเล้ว ตัวเครื่องได้รับการออกเเบบจากคนออกเเบบ Famicom เดิม Masayuki Uemura ออกวางจำหน่ายวันพฤหัสบดีที่ 21 พ.ย. 1990 ด้วยราคา 25,000 เยน (เท่า Wii สมัยนี้เลย) สามารถทำสถิติขายได้หมดสต็อก 3 เเสนเครื่องในชั่วโมงเดียว เเละยังสร้างกระเเสสังคมทั่วญี่ปุ่นจนเม้กระทั่งรัฐบาลญี่ปุ่นเองต้องออกมาถามบริษัท Nintendo ว่าสามารถผลิตได้ทันในวันเสาร์อาทิตย์ที่จะถึงหรือไม่

หมายเหตุย่อย ชื่อของเครื่อง Super Family Computer ในทวีปอื่นๆก็เหมือนเดิม เเค่เพิ่มคำว่า Super ลงไปข้างหน้า

หมายเหตุเพิ่มเติม ในปีนี้มีเครื่องเกมคอนโซลเข้าร่วมเเข่งขันคือ Neo Geo จาก SNK เเต่มีเกมสร้างชื่อเเค่ The King of Fighters เท่านั้น จึงไม่เเปลกที่จะไม่ได้รับความนิยม เเละมากไปกว่านี้คือ เกมนี้ยังมีในรูปเเบบอาเขตด้วย นักเล่นเกมจึงเลือกที่จะออกไปเล่นข้างนอกมากกว่าจะซื้อเครื่องนี้มา ประกอบกับราคาที่ค่อนข้างจะเเพงมากๆ (ตามสถิติถือเป็นเครื่องเล่นเกมที่เเพงที่สุดเมื่อเทียบจากทุกเครื่องเกม ทุกยุค) 



        ปีนี้ถือเป็นปีเเรกที่ซีรี่ย์ Final Fantasy สามารถทำยอดได้เกิน 1 ล้านตลับ เเละถึงเเม้เครื่อง SFC จะวางขายปลายปี 1990 เเละเกมยังมีไม่มากเท่าที่ควร เเต่เกมที่สามารถทำยอดขายได้ดีที่สุดกลับเป็นของเกมจากเครื่อง SFC ซะงั้น โดยอันดับเกมขายดี 5 เกมเเรกมีดังนี้
1. [SFC] Super Mario World (Nintendo) 3.55 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 1990
2. [FC] Dragon Quest IV : Michibikareshi Monotach (Enix) 3.10 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 1990
3. [GB] Dr. Mario (Nintendo) 2.08 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 1990
4. [FC] Dr. Mario (Nintendo) 1.53 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 1990
5. [FC] Final Fantasy III (Square Soft) 1.40 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 1990

- ปี 1991
 VS.


        บริษัท Nintendo ส่งเครื่อง SFC ออกไปขายต่างประเทศเเละไม่นานก็สามารถครองตลาดได้อย่างเบ็ดเสร็จ ถึงเเม้ด้าน Sega จะปรับกลยุทธ์มาเป็นลดราคาเครื่อง Sega Mega Drive ลงมากเเล้วก็ตาม เเต่ก็ไม่สามารถเเย่งตำเเหน่งจาก Nintendo มาได้ ถือเป็นการผลัดเปลี่ยนใบโดยสมบูรณ์จาก Famicom สู่ Super Famicom เเถมตลาดเครื่องเกมมือถือก็ไปได้สวย มีการพอร์ทเกมเก่าๆลงสู่เครื่อง Game Boy เป็นระยะๆ เรียกเงินจากกระเป๋านักเล่นเกมได้อย่างต่อเนื่อง ถือเป็นยุคทองของ Nintendo อย่างเเท้จริง

 
         นอกจากนี้เเล้วปีเดียวกันทาง Sega ยังดันทุรังส่ง Sega Game Gear ออกมาเเข่งกับ Game Boy เเต่ดูเหมือน Sega จะไม่ได้ดูตัวอย่างจาก Atari เลย เครื่องเเรงกว่าทุกด้าน เเต่รับประทานถ่านอัตราเดียวกับเครื่องของ Atari เเถมยังขายเเพงกว่าครึ่งเท่าตัว เเบบนี้มีหรือจะรอด ส่งออกมาขายได้ไม่นานก็ต้องพับโครงการไปอย่างรวดเร็ว
 
 
 
หมายเหตุเพิ่มเติม ในปีนี้มีเครื่องเกมคอนโซลเข้าร่วมเเข่งขันอีกเครื่องจาก Philips ในชื่อ Compact Disc Interactive (หรือ CD-i) เป็นเครื่องเล่นเกมเครื่องเเรกที่ใช้สื่อ CD-Rom เเถมยังทำตัวเป็นเครื่องเล่น CD, VCD หรือ Karaoke ได้อีกตังหาก เสียอย่างเดียว คือเกมไม่ค่อยจะมีให้เล่นเสียเท่าไหร่ จนถูกตลาดลืมเลือนอย่างรวดเร็ว
 


        ถึงจะเป็นยุคทองของ Nintendo เเต่ยอดขายเกมกลับไม่ค่อยดีเท่าที่ควร มีเกมที่ขายดีติดอันดับเพียงเเค่ 2 เกมเท่านั้น โดยทั้งคู่เป็นเเนว RPG จากสองค่ายคือ Square Soft เเละ Nintendo
1. [SFC] Final Fantasy IV (Square Soft ) 1.44 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 1991
2. [SFC] The Legend of Zelda: A Link to the Past (Nintendo) 1.16 ล้านตลับโดยประมาณ วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 21 พ.ย. 1991

ตอนต่อไปเมื่อคู่เเข่งตัวจริงปรากฎตัว Nintendo จะทำเช่นไร ติดตามต่อตอนหน้าครับผม

ป.ล. ขอบคุณเวบ http://www.consoleclassix.com/ สำหรับภาพประกอบเกมเก่าๆ

edit @ 20 Feb 2008 21:35:24 by Fenix M. Lastwaltz

Comment

Comment:

Tweet

ตามมาอ่านไม่ได้อ่านเหมือนกันครับ...
ขอบคุณที่หามาให้อ่านคับHot! Hot! Hot!

#20 By Kai_Ba on 2008-04-30 17:15

เกมบอยรุ่นแรกผมยังเล่นได้อยุ่เลย ดีใจมาก
Super Mario Land (Nintendo)
ยังเล่นได้ด้วย Hot!

#19 By R O C K on 2008-04-29 22:02

ชอบจริงๆเลยตามอ่านต่อไป^^
ทำไมประเทศไทยไม่แข่งกับแบบนี้บ้างนะ

#17 By UnknowPerson on 2008-02-20 19:07

สุดยอดคับ

#16 By on 2008-02-20 16:25

อา...ได้ความรู้จิงๆ ขอบคุณมากคับ หายากเหมือนกันนะbig smile

#15 By ۞тнαιgrαff۞™ on 2008-02-20 12:30

จะว่าไป เกมบอย เครื่องสีขาว ของเรามันหายไปไหนแล้วหว่าsad smile

เหลือก็แต่เครื่อง advancesad smile

#14 By robocon on 2008-02-20 11:58

test test

#13 By วิชัย... on 2008-02-20 09:38

ตอนนี้นินเทนโดยังครองอยู่ รอติดตามต่อครับ ลำลึกๆ 555confused smile

#12 By gg on 2008-02-20 01:36

ดูเหมือนจะเกิดทันตอนเข้าผลิตเกมนี้ครั้งแรกแหะ~

ชอบจังบทความนี้Hot!
เกมยุคเก่า ๆ จับมาเกือบหมด แต่ตั้งแต่ยุคฟองสบู่แตก แทบไม่เคยได้เล่นเลยค่าาาsad smile

ช่วงนี้ไม่ค่อยว่าง เพิ่งจะได้เห็นเนื้อหาอันนี้ ไปตอนที่ 3 ซะแล้ว
ถ้ายังไงจะตามไปอ่านตอนเก่า ๆ และก็รอตอนต่อด้วยค่ะ

ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะsurprised smile

#10 By sora no hime★空のひめ on 2008-02-19 16:34

เยี่ยมครับ
สนับสนุนให้ทำต่อไปเลยครับผม เนื้อหาดีจริง ๆHot!

#9 By Wisor on 2008-02-19 11:30

โอ้ สุดยอดเลยครับ Hot!

#8 By Yashima on 2008-02-19 10:58

Hot!

#7 By iNum~* on 2008-02-19 05:37

แจ่มครับประวัติ

big smile

#6 By iNum~* on 2008-02-19 05:37

3 เเสนเครื่องในชั่วโมงเดียว!!!!wink
สุดยอดดดด

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆอย่างนี้นะค่ะ

#5 By Bluedog : หมาหน่อ on 2008-02-18 23:34

โอ้ รออ่านตอนต่อไปอยู่นะค้าบบบบ

#4 By E@12``|``H on 2008-02-18 23:27

นั่นสิ ..ทำไมยอดขายเกมถึงได้ลดน้อยลงขนาดนั้น
หรือเพราะมีตลับก๊อป ?

#3 By Day on 2008-02-18 22:59

สุดยอดๆๆๆ

#2 By Jota comic D on 2008-02-18 22:36

มาตามอ่าน ขอบคุณมากครับconfused smile